หลังการจากไปของเจ้าหนูนักชกวัย 13 ปี เพชรมงคล ป. พีณภัทร หรือ ด.ช.อนุชา ทาสะโก ด้วยอาการเลือดคลั่งในสมอง หลังจากชึ้นชกในเวทีมวยที่จังหวัด สมุทรปราการ ถูกคู่ต่อสูงน็อค จนกายเป็นกระเเสโต้กลับมวยเด็กว่าควรจะจำกัดอายุเด็กห้ามเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นชกเด็ดขาด แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันว่าจะเป็นการแบนมวยเด็กมากกว่า

ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ออกมาระบุว่า จากการศึกษาและวิจัยกันมาอย่างยาวนาน โดดยวัดจากสมองของนักมวยจำนวน 323 คน กับเด็กทั่วๆไปที่ไม่ได้ชกมวย 253 คน ผลของการที่เด็ฏอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นชกมวยจะส่งผลต่อระบบสมองจริงๆและมีผลต่อสมองดังนี้ 1. การถูกคู่ต่อสู้ชกที่หัวจะส่งผลทำให้เกิดอาการสมองฝ่อ 2. เมื่อเซลสมองถูกทำรายจากการโดยชกระกระแทก ส่งผลทำให้การสั่งการของสมองผิดปกติไป 3. ด้านความจำ จะส่งผลทำให้ความจำลดลง และเมื่อแก่ตัวไปจะส่งผลทำให้เป็รโรคความจำเสื่อมง่ายกว่าบุคคลทั่วไป 4. ยิ่งชกมากเท่าไหร่ระดับของสติปัญญาจะต่ำลงและผลของการทดสอบจะต่างจากเด็กทั่วไปอยู่ถึง 10 คะแนน เพราะโดยทั่วไประดับสมองของเด็กไทยทั่วไปจะมีคะแนนอยู่ที่ 90-110 คะแนน แต่ในกลุ่มของเด็กที่ชกมวยถ้ามากกว่า 5 ปีขึ้นไปจะได้คะแนน 80-89 คะแนน เท่านั้น

โดยที่ล่าสุดมีข้อเสนอให้เน้นไปที่คะแนนความแม่นยำมากกว่าความรุนแรง วิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าสำหรับมวยเด็กรวมไปถึงการใส่อุปกรณ์ป้องกันให้มากกว่าเดิม เเละยังคงต้องไปถึงการปรับเปลี่ยน พ.ร.บ. มวย 2542 ห้ามเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ชกมวยไทยอาชีพ โดย 1. ขอให้ยกเลิก ข้อความตอนหนึ่งในมาตรา 29 ที่ระบุว่า ผู้เยาว์ที่ได้จดทะเบียนเป็นนักมวยแล้ว อาจทำนิติกรรมอันเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน กีฬามวยได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม จากผู้แทนโดยชอบทำอีก

เราจะเห็นว่าต่างชาตินั้นค่อนข้างจะซีเรียดกับการชกมวยของเด็ก เราจะเห็นได้ว่าการที่ประเทศไทยเราถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Tier 3 ในกลุ่มค้ามนุษย์ (TIP Report)  ของสหรัฐอเมริกา เพราะในประเทศอื่นในแถบยุโรปไม่ได้สนันสนุนเรื่องการชกมวยของเด็ก เพราะว่าดูเป็นการทารุณกรรมเด็กมากกว่าเป็นกีฬาเพราะในเวทีมวยต่างๆมักจะมีการพนันควบคู่อยู่ด้วยเสมอ เราจะเป็นได้จากสื่อต่างชาติจะนำเสนอเรื่องมวยเด็กในแง่ลบเสมอๆ อยู่บ่อยๆเช่นกัน