หลังจากที่กลับมาคุมทัพกำปั้นทีมชาติไทยอีกครั้งล่าสุด ฮวน ฟอนตาเนียล มีกระแสข่าวว่าเจ้าตัวได้อำลาทีมชาติไทยแล้ว พร้อมทั้งเปิดเผยหมดเปลือกว่ามีการแทรกแซงจากเบื้องบนในการทำทีมมวยสากลสมัครเล่น แต่ทางด้านสมาคมออกมาโต้ว่าโค้ชรายนี้แค่ลากลับบ้านไปพักผ่อนกลับครอบครัวที่ประเทศเม็กซิโกเท่านั้น และจะกลับมาคุมทัพทีมชาติไทยอีกครั้งหลังจากที่วิกฤติเชื้อไวรัส โควิด-19 ดีขึ้นแล้ว

ล่าสุดโค้ชที่สร้างตำนานให้มวยสากลสมัครเล่นอย่างเช่น สมรักษ์ คำสิงห์, วิจารณ์ พลฤทธิ์ และ มนัส บุญจำนงค์ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก ออกมาประกาศลาออกจากการเป็นโค้ชทีมชาติไทยแล้ว โดยเปิดเผยผ่านโทรศัพท์ทางไกลว่าได้ลาออกจากโค้ชทีมชาติไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าสัญที่เหลือจะมียาวไปถึงโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว ในช่วงปลายปี 2021 นี้ก็ตาม

ฟอนตาเนียล ที่ตอนนี้สอนมวยอยู่ที่เม็กซิโกได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้ตนลาออจากการเป็นโค้ชทีมชาติไทย มีเหตุมาจากทางผู้บริหารสมาคมไม่มีความเข้าใจเลยถึงมวยสากลสมัครเล่น ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสมาคมไม่ได้รับการแก้ไข แถมหนัดสุดยังเข้ามาแทรกแซงการทำงานของตนอยู่เสมอๆ ทำให้ตนไม่มีอำนาจที่จะตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างเต็มที่ ทำให้ตัวเองคิดและไตร่ตรองแล้วว่าควรถอยออกมาจากจุดนั้นจะดีกว่า

โดยที่ตลอดเวลาที่ตนทำงานมานั่นมีเพียงคนเดียวที่เข้าใจถึงมวยสากลสมัครเล่นเป็นอย่างดีก็คือ คุณสมชาย พูลสวัสดิ์ ที่ดำลงตำแหน่งประธานฝ่ายเทคนิคสมาคม เพราะว่าเคยเป็นนักมวยมาก่อน และยังเป็นคนเดียวที่คอยช่วยเหลือตัวเองตลอดมา โดยเนื้องใจความหลักที่ ฟอนตาเนียล ให้สัมภาษณ์มีอยู่ว่า

ผมทำงานด้วยความทุ่มเท ตั้งใจ เห็นได้จากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกอย่างมันคุ้มกับค่าเหนื่อยที่ได้รับเดือนละ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 210,000 บาท โดยเฉพาะการพาทีมกำปั้นไทยไปสู่ความสำเร็จในเวทีโลกทั้ง โอลิมปิกเกมส์, ชิงแชมป์โลก และเอเชียนเกมส์ เพราะที่นี่มันคือบ้านหลังที่สองของผม จึงมีความรักและผูกพันเหมือนพ่อดูแลลูกๆ แต่เมื่อทางตัวนายกสมาคมกับเลขาธิการสมาคมไม่ให้ความไว้วางใจ เข้ามาแทรกแซงการทำงานตลอด ทั้ง โปรแกรมการฝึกซ้อม, การคัดเลือกนักกีฬา และการบริหารต่างๆ ที่สมควรจะเป็น มันจึงทำให้อยู่แล้วไม่มีความสุข ในมุมกลับกัน ถ้าให้ผมทำงานเต็มที่แล้วผลงานออกมาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จะตำหนิหรือไม่ทำตามก็มาว่ากันไป แต่นี่ทั้ง 2 คนเขาไม่รับฟังผมเลย

แม้ว่าจะพยายามอธิบายถึงเหตุผลไปแล้ว จึงตัดสินใจลาออกมาดีกว่า เพราะหากฝืนอยู่ต่อไปทุกอย่างมันยิ่งจะเลวร้ายลงกว่าเดิม ส่วนตัวมองว่านักมวยหญิงไทยมีโอกาสหยิบเหรียญใน อลป. ได้ แต่จะเป็นสีอะไรนั้นไม่สามารถบอกได้ ขณะที่ทีมมวยชายนั้นคงเป็นไปยาก เอาแค่การคว้าโควตาโตเกียวเกมส์ให้ได้ตามเป้าหมายยังลำบากเลย เพราะทุกอย่างมันดูตกต่ำและขาดการพัฒนาที่ดีอย่างเป็นระบบมาช้านานแล้ว อีกทั้งตัวเองคงจะไม่กลับไปทำงานให้อีกต่อไปแล้ว